Friday, 1 November 2013

สุดปลายฝัน: บทนำ

25 สิงหาคม ค.ศ. 1853, วิคตอเรียออสเตรเลีย
กลุ่มหมอกที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณมาตั้งแต่กลางดึกเริ่มจางลงในตอนฟ้าสาง แต่ยังไม่ทันที่นายเรือหนุ่มจะได้โล่งใจหลังจากเฝ้าระวังสถานการณ์มาทั้งคืน เขาก็ต้องตระหนกกับภาพที่เห็นตรงหน้า
เรือของเขากำลังแล่นไปด้วยความเร็วคงที่มุ่งตรงสู่หน้าผาหินชายฝั่ง ซึ่งหากไม่สามารถหันหัวเรือกลับไปสู่ร่องน้ำเดินเรือได้ทันท่วงที ชายหนุ่มรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้น... และเขาจะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้!
“ขึ้นใบเรือทุกใบ เดี๋ยวนี้!” นายเรือหนุ่มตะโกนสั่งลูกเรือบนดาดฟ้าเสียงดัง ขณะเข้าประจำที่หลังพังงาเรือ พยายามบังคับเรือให้หันหัวกลับสู่ทะเลอย่างเต็มความสามารถ
เขาต้องทำได้... เขาจะปล่อยให้เรือชนหน้าผาไม่ได้...
ลูกเรือเกือบสามสิบชีวิตวิ่งวุ่นบนดาดฟ้าเรือ เสียงชักใบเรือขึ้นสู่เสากระโดงของเรือใบขนาดใหญ่ดังโคล้งเคล้ง สลับกับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของชายฉกรรจ์ที่วิ่งไปมา พยายามช่วยกันนำพาเรือใบลำใหญ่หันกลับสู่ความปลอดภัยตามคำสั่งของนายเรือที่ตอนนี้บังคับพังงาอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะเกินแก้เสียแล้ว...
“ทอดสมอเดี๋ยวนี้!!” เขาตะโกนสั่งลูกเรือด้วยน้ำเสียงร้อนรน
หลังจากพยายามจนสุดความสามารถแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าได้ จึงเหลือเพียงทางเลือกสุดท้ายที่อาจจะยังมีโอกาสรอด นั่นคือทอดสมอเพื่อหยุดเรือไม่ให้แล่นไปข้างหน้า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจช้าไป เพราะในขณะที่สมอกำลังถูกปล่อยลงสู่ผืนน้ำ ชายหนุ่มรู้สึกถึงแรงกระแทกรุนแรง มองเห็นเรือแตกเป็นเสี่ยง ๆ น้ำทะเลทะลักเข้ามาในลำเรือในทันที ลูกเรืออยู่ในอาการตระหนกและขวัญเสีย วิ่งวุ่นอย่างไร้ทิศทาง
นายเรือหนุ่มหลับตาลงอย่างปวดร้าวเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า เขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เขาไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นนายเรืออย่างที่คนครหาจริง ๆ เขาไม่สามารถพาเรือและชีวิตของลูกเรือออกไปจากวิกฤติที่เกิดขึ้นได้ ตอนนี้คงมีเพียงอย่างเดียวที่เขาพอจะทำได้... สั่งการครั้งสุดท้ายในฐานะนายเรือ...
“ทุกคนตั้งสติ เอาเรือยาวออก ลงเรือยาวให้หมดทุกคนก่อนที่เรือจะจม” สิ้นคำสั่ง ลูกเรือวิ่งไปยังจุดเก็บเรือยาว ผ่อนเรือลงน้ำ และกระโดดลงไปบนเรือตามคำสั่งของนายเรือในทันที
“ไปด้วยกันนะครับกัปตัน” ต้นเรือที่ยืนอยู่ไม่ห่างกล่าว หากชายหนุ่มส่ายหน้า
“เป็นหน้าที่ฉันที่จะทำทุกสิ่งให้แน่ใจว่าทุกคนลงเรือยาวเรียบร้อย ฉันเป็นกัปตัน ต้องเป็นคนสุดท้ายที่จะทิ้งเรือ ขอให้โชคดีเอ็ดวิน หากฉันรอดชีวิต เราคงได้พบกันอีก”
ยังไม่ทันที่ต้นเรือจะได้พูดอะไรต่อ ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างกระแทกเข้ากับลำเรืออีกครั้ง แรงกระแทกส่งให้เขาลอยละลิ่วตกลงไปในทะเลเบื้องล่าง และเมื่อโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอีกครั้งนั้น เขามองเห็นเรือลำใหญ่ที่กำลังจมลงช้า ๆ อยู่ไม่ไกลวูบหายไปต่อหน้าต่อตาราวกับถูกดูดด้วยอะไรบางอย่าง ก่อนที่ตัวเขาเองจะถูกคลื่นลูกโตกระแทกให้จมลงไปใต้น้ำอีกครั้ง
นายเรือหนุ่มพยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่น้ำทะเลเย็นเฉียบในฤดูหนาวที่หนาวเย็นใกล้จุดเยือกแข็ง อีกทั้งคลื่นลูกใหญ่ที่กดเขาลงสู่ใต้น้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ชายหนุ่มหมดแรงในที่สุด
ขณะกำลังจะหมดสติ นายเรือหนุ่มยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยหัวใจรวดร้าว เรือภายใต้การกำกับการของเขาล่มตั้งแต่เที่ยวแรก เขาไม่สามารถนำเรือและลูกเรือกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัยได้ ในฐานะนายเรือ ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะภูมิใจได้เลย... นอกจาก...
เขากำลังจะตายในทะเล... สมศักดิ์ศรีชาวเรือ...

3 comments:

  1. น่าติดตาม-เหมียว

    ReplyDelete
  2. เปิดตัวได้ตื่นเต้นมากค่ะคุณ

    แนน

    ReplyDelete
  3. ขอโทษที่แสดงความรู้สึกตรงน่ะค่ะ เพียงต้องการเสนอความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมา เพื่อผู้เขียนค่ะ

    บทนำให้รายละเอียดตัวละครนำชายมาก ทำให้รู้สึกเหมือนถูกลดทอนการถ่ายทอดอารมณ์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ทำให้ไม่ได้รู้สึกอยากติดตามอ่าน หรือค้นหาเรื่องราวต่อจากในหนังสือมากนักค่ะ

    อัง

    ReplyDelete